Pat's profile♡^_^♡ W h a t ' s U p ♡^...PhotosBlogListsMore Tools Help

♡^_^♡ W h a t ' s U p ♡^_^♡

I'm update my blog law na ka....Please fell free to drop by. Also I put some new pictures into my ablum too.

Video

 

Video

 
Thanks for visiting!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
คิดถึงจัง
Nov. 11
เดือนตุลา ทมิฬ...เดือนนี้ เป็นเดือนที่คนไทย สุญเสียชีวิต วีรบุรุษ และ วีรสตรี ไป 2 คน และมีผุ้บาดเจ็บอีกเกิน 400 ท่าน...เวลาอ่านข่าว..ดูภาพ ดูวีดีโอ แล้วน้ำตาจะซึม ทำไม ตำรวจไทยทำกับประชาชนไทยได้ขนาดนี้..ไปอ่านข้อความของเราได้ โดยคลิกลิงค์ของเดือนตุลาคม....เพราะมันไม่เห็นบล็อคอีกล่ะ
 
 
Oct. 9
นี่คือบล็อคต่างๆ ที่เราเขียนไว้ในเดือนส.ค. นี้ ลองคลิกอ่าน เป็นตัวอย่างนะคะ
 
Aug. 16
เรียน..ผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน  เอ๊ย ไม่ใช่ จะฝากข้อความทิ้งไว้ ให้กับ ผุ้ที่มาเยี่ยนเยียนสเปซแห่งนี้นะคะ...แบบว่า ถ้าเข้ามาแล้วไม่เห็นบล็อคที่เราเคยเขียนไว้ ไม่ต้องตกใจ....ช่วงนี้ ไม่รู้เป็นไง อัพบล็อคตลอด แต่มันไม่โชว์ให้เห็น ถ้าอยากจะอ่านบล็อคของเราจริงๆ ช่วยไปคลิกตามเดือน ที่อยู่ทางด้านซ้ายมือก่อน หลังจากนั้น ทุกท่านก็จะเห็นและอ่านบล็อคที่เขียนได้อย่างชัดเจน
 
ป.ล. ขออภัยในความไม่สะดวก ขอบคุณค่ะ
Aug. 16
ไม่ได้แวะเวียนมาทักทายกันนานพอสมควรเลยจึงเพิ่งทราบว่าคุณพ่อเสียไปครบ 100 วันแล้ว
ก็เสียใจด้วยนะครับ แต่การเกิด แก่ เจ็บ ตาย มันก็เป็นวัฏสังขารของสรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย
ทั้งปวง อยู่ที่ใครจะเผชิญก่อนกันเท่านั้น ....
May 5
Photo 1 of 14
More albums (62)
1/9/2009

“ผัดผักงาขาวกุ้งสด” รสกลมกล่อม มีคุณค่าอาหาร/กุ๊กเล็ก

 
 
       ใครๆก็รู้ว่ากินผักเป็นผลดีต่อร่างกาย(ถ้าผักไม่ปนเปื้อนสารพิษยิ่งดีใหญ่) ยิ่งกินผักกับงายิ่งดีขึ้นไปอีก เพราะงาเมล็ดจิ๋วนั้นอุดมไปด้วยสารอาหาร ฉะนั้นมื้อนี้ “กุ๊กเล็ก”จึงขอนำเมนูสุขภาพง่ายๆมาฝากแก่แฟนานุแฟน นั่นก็คือ “ผักผักงาขาวกุ้งสด” ที่ทำไม่ยากเย็นแต่อย่างไร
       
       สำหรับเครื่องปรุง ประกอบด้วย
       
       
กุ้งแชบ๊วยสด 1 ขีด
       เห็ดฟาง 4-5 ดอก
       กะหล่ำปลี ¼ หัว
       ผักไผ่(ผักแพว)หั่นหยาบ ½ ถ้วย
       งาขาวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ
       พริกแห้งแกะเม็ด แช่น้ำ 3-5 เม็ด
       พริกแดงใหญ่ 3-4 เม็ด
       กระเทียมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
       หอมแดงซอย 3 หัว
       เกลือป่น ½ ช้อนชา
       น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนชา
       น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
       น้ำมันมะกอก 1-2 ช้อนโต๊ะ
  
     
       
เมื่อได้เครื่องปรุงพร้อมแล้วก็เริ่มกันเลย นำกุ้งมาล้างให้สะอาด ตัดหัว แกะเปลือก ผ่าหลัง นำเส้นสีดำออก นำน้ำมันมะกอกเทลงบนกระทะ ใช้ไฟพอประมาณ ส่งกระเทียมลงไป ตามด้วยหอมแดง พริกแห้ง
       
       จากนั้นนำกุ้งสดลงผัด ตามด้วยเห็ด ใส่เกลือหนึ่งหยิบมือ น้ำตาลทราย พอกุ้งออกสีแดง ใส่กะหล่ำปลี พริกแดง ผักไผ่(ใช้ผักชีลาว สะระแหน่ หรือโหระพาแทนได้) แล้วใส่งาขาว น้ำมะนาว คลุกเคล้าให้เข้ากัน พร้อมปรุงรสตามใจชอบ ถือเป็นอันเสร็จยกเสิร์ฟได้ทันที

 

 


ว่างอีกแล้วครับท่าน

 
หลังจากที่เดือนก่อน (ธ.ค. 2008)
 
เราได้กลับไปทำงาน ชั่วคราว
 
ในช่วงเทศกาลคริสมาต์
 
พอผ่านวันคริสมาต์มาได้ 2 วัน
 
ก็หมดสัญญาพอดี
 
(วันสุดท้ายของเรา ก็คือ วันเสาร์ที่ 27 ธ.ค.)
 
 
 
เรียกว่า เดือนธ.ค. ปีที่แล้ว
 
ได้ทำงานอยู่ไม่ถึงเดือนเลย
 
(ประมาณ 3 อาทิตย์กว่าๆ เอง)
 
เศรษฐกิจที่นี่ แย่มาก  จริงๆนะ
 
ดูจากคนที่มาเดินซื้อของที่ห้างฯ
 
แทบไม่มีเลย...
 
เรียกว่า ถ้าจะซื้อ ก็จะเลือกซื้อแต่ของที่จำเป็น
 
ไม่ฟุ่ยเฟือย เหมือนเมื่อก่อน
 
 
 
แถม ผู้คน ก็ไม่อยากเสียเงิน
 
จ่ายค่าห่อของขวัญด้วย
 
(พอดี เราอยู่แผนกห่อของขวัญ
 
ในช่วงไปกลับไปทำงาน
 
ไม่ได้อยู่แผนก ชิปปิ้ง เหมือนที่ผ่านๆมา)
 
คงเป็นเพราะว่า เจ้านาย ไม่ต้อง มาเทรนนิ่ง เรา
 
เหมือนพนักงานชั่วคราว คนอื่นๆ ที่จ้างมาเพิ่ม อีก 3 คน มั้ง
 
 
 
เรียกว่า ลูกค้า พอซื้อของในห้างฯ เสร็จ
 
ก็จะเดินมาที่แผนกห่อของขวัญ (สถานที่เราทำงานประจำ)
 
เพื่อขอกล่อง และ ริบบิ้น ไปห่อเอง
 
เรียกว่า บิซซี่ ก่อนหน้าวันคริสมาต์ อยุ่แป๊ปหนึ่ง
 
พอหลังคริสมาต์
 
เรานั่งตบยุง เลยนะ
 
แบบแค่ไปนั่งเฝ้า แทบไม่ได้ห่อเลย
 
ซึ่ง แตกต่างจากช่วงคริสมาต์ เมื่อปี 2007 (2 ปีก่อนโน้น)
 
เรา กับ เพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่ง ชื่อว่า ซินดี้
 
แทบไม่มีเวลาพักเลย
 
ห่อตลอดทั้งวัน
 
จนขาแทบแข็ง (เพราะต้องยืนตลอดเวลา)
 
และมือแทบหงิก (เพราะห่อของขวัญ)
 
ดีที่ยังรอดชีวิต มาได้ จนถึงทุกวันนี้
 
 5555
 
 
 
แต่ที่เราดีใจที่สุด ก็คือ
 
ก่อนที่จะจากมา
 
เราได้ซื้อของที่เราต้องการไว้ได้ เกือบทั้งหมด
 
ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นพวก ครีมบำรุงผิว
 
และเครื่องสำอาง (ของชาแนล)
 
เพราะถ้าเราไปซื้อที่ห้างฯ อื่น
 
จะไม่ได้ลดเปอร์เซนต์ เหมือนตอนที่ทำอยุ่ที่ห้างฯ เรา ไง
 
 
 
ปีนี้ (2009) ก็ต้องมาลุ้นว่า
 
ช่วงระหว่างปี เจ้านาย (คนใหม่)
 
จะเรียกตัวเราไปทำงานบ้างหรือเปล่า
 
หรือจะต้องรอ จนกว่าเทศกาลคริสมาต์ มาบรรจบครบรอบอีกครั้ง
 
ถึงจะไปทำงานได้
 
ถ้ามีข่าวอะไรคืบหน้า จะมาบอกให้ทราบด้วยทั่วกัน
 
 
 
 
เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
12/29/2008

Ip Man (2008)- Teaser Trailer

 

Ip Man (2008)- Teaser Trailer

 

 

2008 ปีแห่งความรุ่งโรจน์และโศกสลด

 

 

ภัยธรรมชาติ ทั้งความหนาวเหน็บท่ามกลางพายุหิมะ และความโศกสลดจากแผ่นดินไหวทำความเสียหายในปี 2008 ไม่น้อย - เอเยนซี
       เอเชีย ไทมส์ – แม้ความสำเร็จของมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปักกิ่ง และการฉลองครบรอบ 30 ปีปฏิรูปและเปิดประเทศ จะฉายแสง ทำให้ปี 2008 เป็นปีแห่งความรุ่งโรจน์ของพญามังกร ทว่าปีนี้ภัยธรรมชาติทั้งพายุหิมะ และแผ่นดินไหวก็สร้างความเสียหาย คร่าชีวิตผู้คนไปไม่น้อย กระทั่งทำให้ 2008 เป็นปีแห่งความโศกสลด พอๆกับรุ่งโรจน์
       
       อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า ปีหน้า พญามังกรอาจจะต้องรับศึกหนัก เมื่อเศรษฐกิจส่อสัญญาณขาลงอย่างน่าวิตก แถมปีหน้ายังเป็นฤกษ์ครบรอบอันตราย นั่นคือครบรอบ 60 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งวาระครบรอบดังกล่าวอาจทำให้จีนถูกวิพากษ์ วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะขณะเดียวกัน ปีหน้าก็เป็นวาระครบรอบ 20 ปีวิกฤตการณ์เทียนอันเหมิน และครบรอบ 50 ปีที่ทะไล ลามะลี้ภัยไปต่างแดน

       
       พินิจ 2008 มหันตภัยธรรมชาติ
       
       ย้อนดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาสำหรับปี 2008 เรื่องที่เลวร้ายที่สุดสำหรับมังกรจีน ไม่ใช่เรื่องของการเมือง และการถูกโจมตีประเด็นโอลิมปิก ทว่ากลับเป็นเรื่องภัยธรรมชาติที่โหมกระหน่ำมาแต่ต้นปี ด้วยพายุหิมะที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี จากนั้นเดือนพฤษภาคมแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 8 ริกเตอร์ ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ก็ทำเอาจีนแทบวิบัติ
       
       พายุหิมะที่กระหน่ำตั้งแต่ 10 มกราคม คร่าชีวิตผู้คนไป 129 ราย ทำลายที่อยู่อาศัยกว่า 220,000 หลังคาเรือน และสร้างความเสียหายอีกราว 862,000 หลังคาเรือน พืชผลและปศุสัตว์ใน 19 มณฑลที่ประสบภัยก็เสียหายใช่น้อย เมื่อคิดคำนวณยอดสุทธิแล้วพายุหิมะครานี้ทำเศรษฐกิจจีนสูญไป 111,000 ล้านหยวน
       
       อย่างไรก็ตาม ความเสียหายนี้จะไปโทษว่า ธรรมชาติลงโทษเสียอย่างเดียวก็ไม่ได้ การบริหารจัดการสาธารณภัยที่ขาดการวางแผนก็ทำให้ความเสียหายครั้งนี้ รุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น ภาพทหารจากกองทัพปลดแอกประชาชนถือพลั่ว ถางทางขุดหิมะออกจากท้องถนน อาจจะเป็นภาพที่น่าประทับใจ แต่ทางการควรจะวางแผนให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่แค่นำทหารเดินดุ่มๆออกไปถือพลั่วขุดหิมะ
       
       ทั้งนี้พายุหิมะที่กระหน่ำไม่ยั้งทำเอาแรงงานอพยพจำนวนนับล้าน ติดแหง็กอยู่ตามสถานีขนส่ง และสถานีรถไฟ อดกลับบ้านฉอลงตรุษจีนกับครอบครัว
       
       ไม่นานนัก แผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 32 ปี ซึ่งอุบัติขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคม ก็ทำเอาจีนตั้งตัวเสียไม่ทัน เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย 70,000 รายเสียชีวิต อีกนับแสนๆรายบาดเจ็บ แถมความเสียหายที่เกิดขึ้นยังทำเอาคนนับล้านกลายเป็นคนไร้บ้าน อย่างไรก็ตามผู้เสียชีวิตในโศกนาฏกรรมครั้งนี้ จำนวนไม่น้อย คือเด็กนักเรียนที่โรงเรียนของพวกเขาพังครืนลงมา
       
       ฉากดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในภาพติดตา ที่ไม่น่าจดจำนัก สำหรับชาวจีน ด้วยการพังทลายของอาคารเรียน ที่พรากชีวิตเด็กวัยใสจากอ้อมอกพ่อแม่ ไม่ใช่ผลจากแผ่นดินไหวอย่างเดียว แต่ยังเป็นผลมาจากการคอร์รัปชั่นที่ไม่น่าให้อภัย ของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
       
       บรรดาผู้ปกครองที่แค้นเคืองรวมตัวกดดัน เรียกร้องความยุติธรรมจากเจ้าหน้าที่ในซื่อชวน ทว่าเรื่องก็ไปไม่ถึงไหน นอกจากนี้การก่อสร้างฟื้นฟูพื้นที่ ก็ดำเนินไปในอย่างเชื่องช้า บรรดาผู้ประสบภัยจำนวนไม่น้อยจึงยังดำรงสถานะเป็นคนไร้บ้าน

เคราะห์ซ้ำ กรรมซ้อน หลังพายุหิมะกระหน่ำ ก็ต้องมาเผชิญกับแผ่นดินไหว - เอเยนซี

       คอร์รัปชั่นภัยร้ายอันดับ 1
       
       ตามการประกาศของทางการคอร์รัปชั่นเป็นภัยร้ายอันดับ 1 ที่ต้องถูกกำจัด ความโปร่งใส, ประสิทธิภาพ และการตรวจสอบได้กลายเป็นคำที่ได้รับการพูดถึงอย่างหนาหู เมื่อเดือนมีนาคมสมัชชาผู้แทนประชาชนแห่งชาติได้ผ่านมติให้มีการปรับโครงสร้างการบริหาร กระทั่งมีการตั้งมหากระทรวง (super ministry) ขึ้น 5 กระทรวง เพื่อปรับปรุงและเร่งรัดประสิทธิภาพการทำงานของระบบรัฐการที่มีปัญหา โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ, สังคม และสิ่งแวดล้อมซึ่งมีปัญหาหนัก
       
       แม้การปรับปรุงดังกล่าวจะไม่ทำให้เห็นผลทันตา ทว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ก็ทำให้ระบบรัฐการจีนที่มีขนาดใหญ่เหลือคณาดีขึ้น อาทิ การยกระดับองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมขึ้นเป็นกระทรวงพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ก็นับเป็นการติดเขี้ยวเล็บให้อำนาจกับองค์กร ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามการยกระดับองค์กรเป็นกระทรวง ก็ใช่ว่าจะทำให้องค์กรนั้นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากงบปราณและกำลังคนไม่ถูกยกระดับเพิ่มตาม
       
       ส่วนอีก 4 กระทรวงที่เหลือคือ กระทรวงอุตสาหกรรม และการสื่อสาร, กระทรวงทรัพยากรมนุษย์ และความมั่นคงสังคม,กระทรวงโยธาเมือง-ชนบท และการเคหะ และ กระทรวงคมนาคม ก็ยังไม่ได้สร้างผลงานอะไรให้เป็นที่ประจักษ์ ดังนั้นการปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร จึงถูกตั้งคำถามไม่น้อย นอกจากนี้ดูเหมือนว่าการตั้งมหากระทรวงก็ไม่ช่วยให้ปัญหาการคอร์รัปชั่นทุเลาลง
       
       จะแก้ปัญหาได้ จำเป็นต้องมีการปฏิรูปที่จริงจังอาทิ ความเป็นประชาธิปไตยในบางรูปแบบ ที่จะนำไปสู่ระบบตรวจสอบและถ่วงดุลผู้ที่อยู่ในอำนาจ ขณะนี้บรรดาผู้นำจีนก็กำลังก้าวไปทีละขั้น ตามตัวแบบประชาธิปไตยในแบบฉบับของพวกเขาเอง อย่างไรก็ตามประชาธิปไตยแบบจีนๆนี้ ก็ถูกนำมาทดลองอย่างช้าๆและระมัดระวัง ที่สำคัญคือประชาธิปไตยแบบจีนนี้ หน้าตาไม่เหมือนกับประชาธิปไตยในโลกตะวันตก
       
       บรรดาศาสดาพยากรณ์ที่ทำนายว่า การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสู่แนวทางทุนนิยมจะนำจีนไปสู่การปฏิรูปการเมืองแบบตะวันตก ต่างต้องอกหักเป็นแถว ด้วยพรรคคอมมิวนิสต์ยังคงขมวด รวบอำนาจการปกครองอย่างเบ็ดเสร็จ อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนกรกฏาคม สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า พรรคคอมมิวนิสต์กำลังมองหาลู่ทาง นำความเป็นประชาธิปไตยมาใช้ ด้วยการใช้ระบบให้อำนาจแก่สมาชิกสมัชชาผู้แทนประชาชนในการโหวตอย่างแท้จริง
       
       ภายใต้ระบบนี้บรรดาสมาชิกทั่วไปยังไม่มีอำนาจอย่างแท้จริงในการโหวต ทว่าสำหรับสมาชิกสมัชชาที่เป็นสมาชิกพรรคชั้นนำ พวกเขาจะสามารถถกเถียงในประเด็นสำคัญ และมีอำนาจในการตัดสินใจลงคะแนนด้วยตัวเองอย่างแท้จริง ความเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้เกิดการถ่วงดุลและตรวจสอบการใช้อำนาจของพรรคได้ระดับหนึ่ง
       
       ดังนั้นระบบใหม่นี้ จะทำให้เกิดความก้าวหน้าได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามต้องคอยดูกันต่อไปว่ามาตรการเหล่านี้จะได้ผลหรือไม่ เพราะจีนมักมีนโยบายออกมามากมาย แต่ในทางปฏิบัติไม่ค่อยนำมาใช้เท่าไรนัก

 

ตระการตาโอลิมปิกปักกิ่ง - เอเยนซี
       โลกใบเดียวกัน ความฝันอันเดียวกัน
       
       สุดท้ายสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือกระแสชาตินิยมกับโอลิมปิก ย้อนกลับไปเมื่อปี 2001 เมื่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากลลงคะแนนให้จีนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2008 กระแสวิพากษ์วิจารณ์จู่โจมจีน ก็ประเดประดังมาไม่ยั้ง กระทั่งการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกปี 2008 ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ภาพที่ดูร้ายแรงที่สุดคงหนีไม่พ้น ภาพจิน จิง นักกีฬาหญิงพิการของจีน ที่นั่งอยู่บนรถเข็น ถูกกลุ่มผู้ประท้วงสนับสนุนทิเบตในกรุงปารีสทำร้าย เพื่อยื้อแย่งคบเพลิงโอลิมปิกที่เธอถืออยู่ และภาพผู้ประท้วงในลอนดอนพยายามดับไฟคบเพลิงด้วยเครื่องดับเพลิง
       
       การกระทำดังกล่าวได้ปลุกเร้ากระแสชาตินิยมขึ้นในหมู่ชาวจีน ที่ให้ความสำคัญกับโอลิมปิกอย่างมาก บรรดาผู้ประท้วงที่คิดว่า การกระทำดังกล่าวจะสร้างความอับอายให้กับผู้นำจีน คิดผิดเสียแล้ว เมื่อการประท้วงกลับมีผลในการปลุกกระแสเร้าให้ชาวจีนทั่วไปโกรธเคือง
       
       ก่อนหน้าที่กระแสชาตินิยมจีนจะถูกตอกย้ำ ด้วยความเศร้าเสียใจจากโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวในซื่อชวน ที่ความโศกสลดกลายเป็นพลังหลอมหลวมคนในชาติ ประธานาธิบดี ฝรั่งเศส นิโกลาส์ ซาร์โกซีได้ขู่ที่จะไม่เข้าร่วมพิธีเปิดโอลิมปิกปักกิ่ง เพื่อประท้วงจีนที่ปราบปรามจลาจลในทิเบตอย่างรุนแรง ชาวจีนได้ตอบโต้การประกาศของซาร์โกซี ด้วยการเผาธงชาติฝรั่งเศส คว่ำบาตรไม่ซื้อสินค้าฝรั่งเศส โดยคาร์ฟูร์ ห้างฝรั่งเศสชื่อดังตกเป็นเป้าหมายในการประท้วง
       
       พร้อมกันนั้นรัฐบาลจีน ก็สาดความผิดทั้งหมดลงไปที่ทะไล ลามะว่า เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการประท้วงต่างๆ
       
       หลังเหตุการณ์ธรณีวิปโยคผ่านไป กระแสชาตินิยมก็คลายตัวลง เมื่อถึงวันที่ 8 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปักกิ่ง ซาร์โกซีก็เข้าร่วมพร้อมกับผู้นำรัฐต่างๆรวม 80 คน พิธีเปิดโอลิมปิกในสนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่ง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “รังนก” ก็จัดได้อย่างสุดตระการตา การแสดงกว่า 4 ชั่วโมงที่กำกับโดย จาง อี้โหมว ดึงสายตาทุกคู่ที่จับจ้องอยู่ให้โลดแล่นไปกับความอลังการและความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมจีน
       
       อย่างไรก็ตามงานนี้ก็ใช่ว่าจะจบไปอย่างไม่มีตำหนิ กระแสวิจารณ์ก็ถาโถมมาอย่างไม่ยั้ง เมื่อความจริงปรากฏว่า หลิน เมี่ยวเข่อ เด็กหญิง ชุดแดงที่ปรากฏตัวร้องเพลงแผ่นดินแห่งบรรพชน ในพิธีเปิดนั้น เพียงแค่ลิปซิง เจ้าของเสียงที่แท้จริงคือ หยาง เพ่ยอี้ ซึ่งไม่ได้รับเลือกให้ปรากฏตัว เพราะหน้าตาของเธอไม่ดึงดูดพอ ที่จะปรากฏตัวต่อสายตาของผู้ชม
       
       ในโลกตะวันตก กรณีลิปซิงตบตาดังกล่าว ถูกยกมาเป็นอุทาหรณ์สำหรับการหลอกลวง และความไม่ซื่อตรงของจีน อย่างไรก็ตามในประเทศจีน จาง อี้โหมวกลับได้รับการชื่นชม สำหรับการเลือกอย่างฉลาด ที่พยายามเสนอสิ่งที่ดีที่สุดทั้งหน้าตา และเสียงต่อผู้ชม
       
       กระแสวิจารณ์นี้ก็มิได้ส่งผลกระทบต่อประเทศจีนและจางมากนัก เมื่อการแข่งขันเปิดฉากขึ้นนักกีฬาจีนทำสถิติขึ้นอันดับ 1 กวาดเหรียญทองรวม 51 เหรียญ เมื่อนับเหรียญรางวัลโดยรวมแล้วจีนจะอยู่เป็นอันกับ 2 ตามหลังเพียงสหรัฐฯเท่านั้น
       
       ปัญหาที่หลายฝ่ายกังวล ทั้งเรื่องอากาศเหนือฟากฟ้าปักกิ่ง และการก่อการร้ายล้วนไม่ได้เกิดขึ้น เมื่อถึงเวลามาตรการรักษาความปลอดภัยก็ดำเนินไปอย่างดีเยี่ยม ท้องฟ้าปักกิ่งก็สดใส แถมพิธีปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกก็จบลงอย่างสวยงาม
       
       แม้คำขวัญ “โลกใบเดียวกัน ความฝันอันเดียวกัน” อาจจะเป็นเพียงโวหาร ที่ไม่ได้เป็นจริง ทว่าความสำเร็จจากโอลิมปิกปักกิ่ง เป็นเสมือนฝันที่เป็นจริงสำหรับจีน
       
       และแล้วความฝันของจีนก็ทะยานต่อไป เมื่อวันที่ 27 กันยายน พันเอกไจ๋ จื้อกัง ก้าวออกตัวยานอวกาศเสินโจว7 ปฏิบัติภารกิจเดินอวกาศราว 20 นาที โดยก้าวแรกที่กัปตันไจ๋ ก้าวพ้นออกจากยานได้ทำให้ชาวจีนทั่วประเทศภูมิใจกับภาพที่ถ่ายทอดสด เมื่อธงชาติจีนปลิวไสวในอวกาศ และนับเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์จีน เนื่องด้วยจีนกลายเป็นชาติที่สามถัดจากอดีตสหภาพโซเวียต และสหรัฐฯที่ส่งคนออกไปเดินอวกาศ
       
       ความสำเร็จจากโอลิมปิกและภารกิจเสินโจว 7 ได้ช่วยทุเลาความเสียหาย จากกรณีนมปนเปื้อนเมลามีน ที่ทำให้จีนถูกมองว่าเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ตัวเลขล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มีเด็กจำนวน 6 คนเสียชีวิตจากการบริโภคนมปนเปื้อน แถมยังมีผู้ป่วยอีก 300,000 ราย

เศรษฐกิจปีหน้าส่อสัญญาณ ทำตัวเลขว่างงานพุ่ง - เอเยนซี
       คลื่นลมเศรษฐกิจผันผวนรออยู่ข้างหน้า
       

       อย่างไรก็ตามความรุ่งโรจน์ในปี 2008 ต้องสะดุดลง เมื่อเศรษฐกิจจีนเข้าสู่ขาลง เมื่อเดือนพฤศจิกายนรัฐบาลจีนได้แพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจอัดฉีดเงิน 4 ล้านล้านหยวน
       
       ทว่าการอัดฉีดเงินดังกล่าว อาจช่วยอะไรได้ไม่มาก เมื่อธนาคารโลกประกาศว่า ปี 2009 ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จีนจะหดตัวอยู่ที่ 7.5% ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขอันตรายสำหรับรัฐบาลจีน ที่กังวลว่า ภาวะว่างงานที่สูง อาจสั่นคลอนเสถียรภาพทางสังคม
       
       จากการประเมินว่าในปี 2009 อย่างน้อย แรงงานจำนวน 20 ล้านคนจะไหลเข้าสู่ตลาด เจ้าหน้าที่จีนจึงต้องเผชิญกับงานหนักในการรักษาเศรษฐกิจ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการธนาคารจีนเผยว่า รัฐบาลมองว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่า 8% เป็นเรื่องที่น่ากังวล
       
       หลิว หมิงคัง ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการธนาคารจีนกล่าวว่า “หากจีดีพีจีนลดลงเหลือ 6%-7% สภาพเศรษฐกิจจะเจอผลกระทบอย่างรุนแรง การเติบโตที่ 8% เป็นตัวเลขขั้นต่ำ ที่เราใช้เป็นมาตรฐาน”
       
       หลังถ้อยแถลงของหลิว รัฐบาลกลางได้เปิดเผยแผนการจำนวน 30 แผน ที่จะกระตุ้นการกู้ยืม และการบริโภคภายในประเทศ แผนการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียน 17% พร้อมกับกระตุ้นการกู้ยืมจากสถาบันการเงินราว 4 ล้านล้านหยวน
       
       อย่างไรก็ตามเกณฑ์การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 8% ก็มิใช่เรื่องที่จะรั้งไว้ได้ง่ายๆ เมื่อเดือนพฤศจิกายนสถิติการส่งออกลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ก็ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง บรรดาเศรษฐกรต่างมองอนาคตเศรษฐกิจข้างหน้าอย่างวิตก
       
       ช่วงปี 2007 -2008 ปัญหาเศรษฐกิจที่สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่ายคือ อัตราเงินเฟ้อที่ทะยานไม่ยั้ง จนราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโจนทะยาน ทว่าสำหรับปี 2009 ดูเหมือนว่า ปัญหาจะเป็นประเด็นเรื่องเงินฝืด
       

       ขณะเดียวกันปีหน้า ปักกิ่งก็ได้โอกาสโบกมือลา จอร์จ บุช จากพรรครีพลับบิกัน พร้อมจับมือรับบารัค โอบามา จากพรรคเดโมแครต พรรคการเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องวิพากษ์วิจารณ์จีนประเด็นสิทธิมนุษยชน และการปกป้องตลาด และขณะนี้เดโมแครตก็ครองทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ภาวะดังกล่าวจึงทำให้ปักกิ่งค่อนข้างกังวล

 

 

12/3/2008

Start working tomorrow (Dec. 6, 2008)

 
สรุป เราจะได้เริ่มไปทำงาน
 
ในวันพรุ่งนี้ (พฤหัสที่ 6 ธันวาคม 2551)
 
ตอน 9 โมงครึ่ง
 
แต่เราต้องไปคุยกับ HR
 
(แผนกรับสมัครพนักงาน) ก่อน
 
เพราะเค้าจะให้เรากรอกแบบฟอร์มที่เหลือ
 
ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง
 
หลังจากนั้น เจ้านาย (เรา) ค่อยพาเรา
 
ไปฝึกงาน
 
(หมายถึง ทบทวนความทรงจำสักเล็กน้อย)
 
 
 
แห๊ม..หมั่นไส้ หัวหน้าใหญ่ (สุด) เหลือเกิน
 
ตอนแรกๆ กะจะไม่จ้าง พนักงานชั่วคราว ในปีนี้ซะแล้ว
 
เพื่อเป็นการประหยัดเงิน
 
 
แต่ในที่สุด ก็คงทนไม่ไหว
 
เพราะงานในช่วงเทศกาล มันจะเยอะ และ หนักมาก
 
สำหรับ พนักงานที่ทำประจำอยู่แล้ว
 
เลยตัดสินใจ ในวินาทีสุดท้าย
 
 
โชคดีที่เรา เคยทำงานในห้างฯนี้มาก่อน
 
เป็นเวลาหลายๆปีแล้ว
 
พอเปิดรับสมัครปุ๊ป
 
เรากรอกใบสมัคร...สักพัก ก็โทรมาเรียกตัวไปสัมภาษณ์
 
พอทางห้างฯ รอให้เราผ่าน
 
Checking Background
 
Checking Credit Report
 
and Drug Test แล้ว
 
ก็โทรมาให้เริ่มไปทำงานเลย
 
 
 
ความจริง ปกติ เค้าจะต้องเปิดรับสมัคร
 
พนักงานที่จะมาทำงาน ในช่วงหน้าเทศกาล
 
ตั้งแต่เดือน ก.ย.
 
พอเดือน ต.ค. ก็เลือกคนที่มีคุณสมบัติ
 
ที่จะมาทำงานในห้างฯ ได้
 
ผ่านขั้นตอนต่างๆ
 
เดือนพ.ย. ก็เริ่มทำงานแล้ว
 
เพราะต้องฝึกงาน ช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อน
 
แล้วจะสิ้นสุดสัญญาว่าจ้าง
 
หลังวันคริสมาต์
 
 
 
ปีนี้ รู้สึก ขลุกขลักมากๆๆ
 
ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขี้นบ้าง
 
ไม่เหมือนปีก่อนๆ ที่เคยไปทำงานเลย
 
แต่ก็ต้องเตรียมใจ และทำใจ
 
 
 
ถ้ายังรอดตาย..จะกลับมาอัพเดท ข่าวสารให้อ่านอีกครั้งหนึ่งนะคะ
 
 
 
 
 
 
11/20/2008

I'll go to work (Finally)

 
จะมาบอกข่าวดีว่า
 
ในที่สุด ทางที่ทำงาน
 
ได้โทรมาเรียกตัว ไปทำงานแล้วนะจ๊ะ
 
 
 
นึกว่า จะเป็น แม่สายบัวรอเก้อซะแล้ว ปีนี้
 
เพราะเศรษฐกิจแย่ๆ มากๆ
 
คนออกมาซื้อของกันน้อย
 
แบบว่า ต้องประหยัดกันอ่ะนะ
 
เพิ่งเห็น ฝรั่งรุ้จักประหยัด การใช้เงิน ใช้ทอง ก็คราวนี้เอง
 
 
 
พอดี ตอนเช้านี้ เพื่อนที่ห้างฯ โทรมา
 
บอกว่า ให้โทรไปรายงานตัวด่วนนนน
 
เค้าเปิดรับสมัคร พนักงานชั่วคราว
 
ทำในช่วงเทศกาลแล้ว
 
 
โทรไปแล้ว เค้านัดไปสัมภาษณ์
 
พรุ่งนี้ (21 พ.ย. 2551) ตอนบ่าย 2 โมง
 
ก็ไม่รู้ว่า จะได้ทำงานวันไหน เวลาไหนบ้าง
 
เพราะเห็นบอกว่า อาจจะให้ทำ แค่ 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
 
(โดนลดชั่วโมงลง)
 
แต่ก็ดีแล้วล่ะ
 
ได้ทำงาน ดีกว่า ไม่ได้ทำซะเลย
 
 
โอเค ถ้ามีข่าวคราวอะไรคืบหน้า
 
ก็จะมาเขียนลงในบล็อคนี้อีกนะคะ
 
ตอนนี้ ต้องขอตัว ไปทำงาน (เพื่อปากท้อง) สักพัก
 
มีเวลาว่าง จะกลับมาอัพใหม่
 
 
บ๊าย บาย
 
 
 
11/18/2008

สุขสันต์กับครอบครัวที่เชียงใหม่ 2008

 

 

 

เพลงเศร้าๆ จากประเทศเกาหลี ภาค 2

  

A Sad Korean Music Video bleckeck

 

 

  

Sad Korean MV-another story

 

this song is by Yoon Eun Hye & Oh Man Seok.

 

  

Very Sad Korean MV-i miss you

 

  

Sad Korean MV-Tears

 Sad Korean MV-Tears

ท่องเที่ยวตราด อ่างทอง 2008

 

 

 

11/12/2008

Sad sad songs from foreign.

  

" eeh byul" song by ahn Jae Wook

 

  

(korean song) kiss - Because i'm a girl

 

 

  

Crazy love song by Seeya.

 

  

only human song by K

 

11/10/2008

"A Love to kill" MVs.

    

"a love to kill" song by RAIN

 

 

 

    

"A Love to Kill" by women singing.

 

    

A Love To Kill - in Imeem website.

   

เพลง..ผิดที่เธอ ขับร้อง โดย ปนัดดา

 

 

A Love To Kill OST - April Story MV

 

11/6/2008

ตำนานรักผลลิ้นจี่ / อู่วัฒนธรรม

       ลิ้นจี่ ผลไม้เปลือกสีแดงผิวขรุขระ แต่เนื้อในหวานฉ่ำ เป็นผลไม้ที่ได้รับความชื่นชอบจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศจีน
       
       ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อย แต่น่าเสียดายที่เน่าเร็ว ปัจจุบันต้องขอบคุณการคมนาคมขนส่งที่รวดเร็วทันสมัย จึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นเลยที่ชาวปักกิ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ จะได้ลิ้มชิมรสลิ้นจี่ราคาถูกและสุกงอม ซึ่งปลูกเจริญงอกงามดีทางแดนใต้ของจีน
       
       ย้อนไปเมื่อพันกว่าปีก่อน ในเมืองฉางอัน (หรือก็คือซีอัน เมืองเอกของมณฑลส่านซี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีนในปัจจุบัน) มีสาวงามนางหนึ่งโปรดปรานลิ้นจี่เป็นที่สุด นางก็คือ “หยาง อี้ว์หวน” หรือที่รู้จักกันดีในนาม “หยางกุ้ยเฟย” นั่นเอง
       

       หยาง กุ้ยเฟย เป็นสนมเอกของฮ่องเต้ถังเสวียนจง (ค.ศ.685-762) และเป็น 1 ใน 4 ยอดหญิงงามในประวัติศาสตร์จีนด้วย
       
       ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่ปลูกมากทางตอนใต้ของจีน โดยเฉพาะที่หลิ่งหนัน ในเมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตง เนื่องจากระยะทางห่างไกลจากเมืองหลวงนับพันลี้ อีกทั้งการคมนาคมขนส่งสมัยนั้นก็อืดอาดเหลือเกิน แต่เพื่อสนมเอกที่ทรงรักแล้วฮ่องเต้จึงทรงมีพระบัญชาให้ม้าเร็วเร่งขนส่งลิ้นจี่สดๆ มายังเมืองหลวงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
       
       ในบันทึกประจำวันของลิ้นจี่ 《荔枝日序》 ของไป๋จวีอี้ระบุไว้ว่า ลิ้นจี่นั้นผ่านไป 1 วันสีจะเปลี่ยน ผ่านไป 2 วันกลิ่นเปลี่ยน ผ่านไป 3 วันรสชาติเปลี่ยน หลังจากวันที่ 4-5 ไปก็จะไม่อร่อยและไม่หอมหวานอีกแล้ว

ภาพวาดหยางกุ้ยเฟย

       ดังนั้นม้าเร็วที่ทำหน้าที่ขนส่งลิ้นจี่นั้นจำเป็นต้องวิ่งต่อเนื่องตลอด โดยจะมาผัดเปลี่ยนม้าที่จุดพัก/เปลี่ยนม้าที่มีเป็นระยะๆ ตลอดเส้นทางมายังเมืองหลวง เมื่อสนมหยางเห็นฝุ่นควันตลบของม้าเร็ว ก็จะทรงแย้มสรวลออกมาทันที ด้วยรู้ว่านั่นหมายถึงลิ้นจี่ได้ส่งมาถึงแล้ว
       
       ตู้มู่ กวีชื่อดังสมัยถัง (618-907) ก็เคยพาดพิงถึงในบทกลอนเสียดสีความฟุ้งเฟ้อในพระราชสำนักที่ว่า “เห็นม้าเร็วสนมเอกพลันแย้มสรวล ใครบ้างรู้เหตุเพราะลิ้นจี่มา”
       
       นับตั้งแต่นั้นมาลิ้นจี่ก็ยกให้เป็นผลไม้ล้ำเลิศของจีน นอกจากนี้ลิ้นจี่ยังมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า “สนมยิ้ม” (妃子笑) และด้วยความรักระหว่างถังเสวียนจงและหยางกุ้ยเฟย จึงทำให้ลิ้นจี่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักโรแมนติกด้วย

       
       กล่าวถึงระบบการขนส่งในสมัยก่อนกันบ้าง เป็นที่ทราบกันว่าระบบการขนส่งของจีนนั้นมีขึ้นครั้งแรกในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ ปฐมกษัตริย์องค์แรกแห่งราชวงศ์ฉิน (221-207 ปีก่อนประวัติศาสตร์) จุดประสงค์เพื่อส่งเสริมอำนาจของพระองค์ในการควบคุมประเทศที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลนี้ กระทั่งมาในสมัยราชวงศ์ถังระบบขนส่งของจีนก็พัฒนาและมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างมาก
       
       ราชสำนักได้ว่าจ้างเจ้าหน้าที่ขนส่งนับพันคนซึ่งมีตำแหน่งและความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน เพื่อให้บริการงานขนส่ง และมีการขยายขนาดที่ว่าการจุดรับส่งให้มากขึ้น โดยจะมีการจัดตั้งจุดรับส่งจดหมายและสินค้าทุกๆ 30 ลี้บนถนนสายสำคัญของประเทศ (1 ลี้ในสมัยถังเท่ากับ 450 เมตร)
       
       ตามตัวเลขในประวัติศาสตร์ระบุไว้ว่า ในช่วงที่ฮ่องเต้ถังเสวียนจงขึ้นครองราชย์นั้นมีจุดรับส่งจดหมายทั้งสิ้น 1,639 จุดทั่วประเทศ ในจำนวนนี้มีจุดรับส่งทางน้ำ 260 จุด บนดิน 1,297 จุด และให้บริการทั้งสองทาง 86 จุด
       
       ส่วนความรวดเร็วในการขนส่งจดหมายและสินค้านั้นก็ถูกบัญญัติไว้ชัดเจนตามกฎหมาย ขึ้นอยู่กับความเร่งด่วนของพัสดุนั้นๆ ถ้าใช้ม้าเร็ววิ่งทางบก ความเร็วของม้าก็จะกำหนดตั้งแต่ 180 ลี้ 300 ลี้ และอาจมากถึง 500 ลี้ (หรือราว 225 กิโลเมตร) ต่อวัน ถ้าเดินเท้าก็ประมาณ 50 ลี้ต่อวัน
       
       แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีระบบการขนส่งที่รวดเร็วขนาดไหนก็ยังต้องใช้เวลาเป็นวันๆ กว่าจะขนส่งผลไม้ที่เน่าเสียง่ายอย่างลิ้นจี่จากทางตอนใต้ของจีนมายังเมืองซีอัน ดังนั้นจึงได้มีการคิดค้นวิธีรักษาความสดของผลไม้ก่อนที่จะเดินทางทุลักทุเลเป็นระยะทางไกล
       
       บางครั้งถึงขนาดขนต้นลิ้นจี่ที่ผลใกล้สุกมา จนเมื่อใกล้ถึงจุดหมายผลไม้ก็สุกร่วงจากต้นพอดี หรืออาจใช้วิธีการอื่นเช่น การเก็บลิ้นจี่ติดกิ่งติดใบ แล้วปิดผนึกด้วยขี้ผึ้งเพื่อรับประกันความสดใหม่

 

天亮了: ฟ้าสางแล้ว (ฟังเพลง)

ศิลปิน : S.H.E.
       

       天亮了天亮了地球又转一圈了
       tian liang le tian liang le di qiu you zhuan yi quan le
       เทียน เลี่ยง เลอ เทียน เลี่ยง เลอ ตี้ ฉิว โย่ว จ่วน อี้ ชวน เลอ
       ฟ้าสางแล้ว ฟ้าสางแล้ว โลกหมุนไปอีกรอบหนึ่ง
       
       世界还活生生地存在着
       shi jie hai huo sheng sheng de cun zai zhe
       ซื่อ เจี้ย หาย หัว เซิง เซิง เดอ ฉุน ไจ้ เจอะ
       โลกยังคงอยู่อย่างมีชีวิตชีวา
       
       
还活着没想到我还活着
       
hai huo zhe mei xiang dao wo hai huo zhe
       หาย หัว เจอะ เหมย เสี่ยง เต้า หว่อ หาย หัว เจอะ
       ยังมีชีวิตอยู่ ไม่คิดเลยว่าฉันจะยังมีชีวิตอยู่
       
       穿越一场海啸 什么滋味我终于亲身体会
       chuan yue yi chang hai xiao shen me zi wei wo zhong yu qin shen ti hui
       ชวน เยว่ อี้ ฉาง ไห่ เสี้ยว เซิน เมอ จือ เว่ย หว่อ จง อี๋ว์ ชิน เซิน ถี่ หุ้ย
       ผ่านคลื่นยักษ์มาครั้งหนึ่ง ในที่สุดฉันได้รับรู้ทุกรสชาติด้วยตัวเอง
       
       
天崩地裂 精疲力竭 灵魂不在身体里面
       
tian beng di lie jing pi li jie ling hun bu zai shen ti li mian
       เทียน เปิง ตี้ เลี่ย จิง ผี ลี่ เจี๋ย หลิง หุน ปู๋ ไจ้ เซิน ถี หลี่ เมี่ยน
       ฟ้าถล่มดินทลาย อ่อนล้าสิ้นแรง ดั่งร่างที่ไร้วิญญาณ
       
       然而万岁万岁终于和你有个了结
       ran er wan sui wan sui zhong yu he ni you yi ge liao jie
       หราน เอ๋อ ว่าน สุ้ย ว่าน สุ้ย จง อี๋ว์ เหอ หนี่ โหย่ว เก้อ เหลี่ยว เจี๋ย
       แต่ยังไม่ตาย อายุยืนหมื่นปี สุดท้ายก็พบจุดสิ้นสุดระหว่างฉันและเธอ
       
       
你一边 我一边 我们的世界最好别再重叠
       
ni yi bian wo yi bian wo men de shi jie zhu hao bie zai chong die
       
หนี่ อี้ เปียน หว่อ อี้ เปียน หว่อ เหมิน เตอ ซื่อ เจี้ย จุ้ย ห่าว เปี๋ย ไจ้ ฉง เตี๋ย
       
เธอฝั่งหนึ่ง ฉันฝั่งหนึ่ง โลกของเราทั้งคู่ไม่ทับซ้อนกันเป็นดีที่สุด
       
       也别再回想那个太长太长的昨天
       ye bie zai hui xiang na ge tai chang tai chang de zuo tian
       เหย่ เปี๋ย ไจ้ หุย เสี่ยง น่า เก้อ ไท่ ฉาง ไท่ ฉาง เตอ จั๋ว เทียน
       และไม่ต้องไปคิดถึงวันวานที่แสนยาวนานอีกต่อไป
       
       太多爱 太多泪 别再这样浪费
       tai duo ai tai duo lai bie zai zhe yang lang fei
       ไท่ ตัว อ้าย ไท่ ตัว เล่ย เปี๋ย ไจ้ เจ้อ ย่าง ล่าง เฟ่ย
       รักมากไป ก็ยิ่งมีน้ำตา อย่าให้มันเปล่าประโยชน์อย่างนี้อีกเลย
       
       
*天亮了 天亮了 地球又转一圈了
       tian liang le tian liang le di qiu you zhuan yi quan le
       เทียน เลี่ยง เลอ เทียน เลี่ยง เลอ ตี้ ฉิว โย่ว จ่วน อี้ ชวน เลอ
       ฟ้าสางแล้ว ฟ้าสางแล้ว โลกหมุนไปอีกรอบหนึ่ง
       
       既然我还幸运地活着
       ji ran wo hai xing yun de hui zhe
       จี้ หราน หว่อ หาย ซิ่ง อวิ้น เตอ หัว เจอะ
       ในเมื่อฉันยังโชคดีที่มีชีวิตอยู่
       
       
当然要全力以赴去快乐
       
dang ran hui quan li yi fu qu kuai le
       ตัง หราน หุ้ย ฉวน ลี่ อี่ ฟู่ ชี่ว์ ไขว้ เล่อ
       ย่อมต้องพยายามอย่างที่สุดที่จะอยู่อย่างมีความสุข
       
       
天亮了 天亮了 世界还是好好的
       
tian liang le tian liang le shi jie hai shi hao hao de
       เทียน เลี่ยง เลอ เทียน เลี่ยง เลอ ซื่อ เจี้ย หาย ซื่อ ห่าว ห่าว เตอ
       ฟ้าสางแล้ว ฟ้าสางแล้ว โลกยังคงดีงาม
       
       什么痛都是很渺小的
       shen me tong dou shi hen miao xiao de
       เสิน เมอ ชื่อ โตว ซื่อ เหิ่น เหมียว เสี่ยว เตอ
       ความทุกข์ใดๆ ต่างก็เล็กน้อยยิ่งนัก
       
       看太阳不是又升起来了**
       kan tai yang bu shi you sheng qi lai le
       คั่น ไท่ หยาง ปู๋ ซื่อ โย่ว เซิง ฉี่ หลาย เลอ
       มองดวงอาทิตย์ ที่กำลังขึ้นมาอีกครั้ง
       

       结束一段感情 当然不像搬个家那么方便
       jie shu yi duan gan qing dang ran bu xiang ban ge jie na yang fang bian
       เจี๋ย ซู่ อี ต้วน ก่าน ฉิง ตัง หราน ปู้ เซี่ยง ปาน เก้อ เจีย น่า เมอ ฟาง เปี้ยน
       ความรักความรู้สึกจบลงฉากหนึ่ง แน่นอนว่าไม่ได้ง่ายดายเหมือนการย้ายบ้าน
       
       太多细节 太多碎片 堆在回忆那间房间
       tai duo xi jie tai duo cui pian dui zai hui yin a jian fang jian
       ไท่ ตัว ซี่ เจี๋ย ไท่ ตัว ชุ่ย เพี่ยน ตุย ไจ้ หุย อี้ น่า เจียน ฝาง เจียน
       ฉากภาพเหตุการณ์และชิ้นส่วนแหว่งวิ่นมากมายตกค้างในห้องแห่งความทรงจำ
       
       但是忍耐一点 不去碰它就不危险
       dan shi ren nai yi dian bu qu peng ta jiu bu wei xian
       ต้าน ซื่อ เหริ่น น่าย อี้ เตี่ยน ปู๋ ชี่ว์ เพิ่ง ทา จิ้ว ปู้ เวย เสี่ยน
       แต่จงอดทนอีกสักนิด หากไม่กระทบถูกมันก็จะไม่เป็นไร
       
       你没变 我没变 我们到最后才弄懂这一点
       ni mei bian wo mei bian wo men dao zui hou cai nong dong zhe yi dian
       
หนี่ เหมย เปี้ยน หว่อ เหมย เปี้ยน หว่อ เหมิน เต้า จุ้ย โห้ว ไฉ น่ง ต่ง เจ้อ อี้ เตี่ยน
       
เธอไม่เปลี่ยนไป ฉันก็ยังเป็นคนเดิม ในท้ายที่สุดฉันเพิ่งเข้าใจ
       
       人活着不就为了实现一个个心愿
       ren huo zhe bu jiu wei le shi xian yi ge ge xin yuan
       เหริน หัว เจอะ ปู๋ จิ้ว เว่ย เลอ สือ เสี้ยน อี๋ เก้อ เก้อ ซิน ย่วน
       คนเรามีชีวิตอยู่ก็เพื่อทำความหวังให้สำเร็จ
       
       好可惜 我和你许了不同的愿
       hao ke xi wo he ni xu le bu tong deyuan
       ห่าว เข่อ ซี หว่อ เหอ หนี่ สี่ว์ เลอ ปู้ ถง เตอ ย่วน
       น่าเสียดายที่ฉันและเธอมีความมุ่นหวังที่ต่างกัน
       
       ซ้ำ *-**
       
       
我的心是我的 不会再给你了
       
wo de xin shi wo de bu hui zai gei ni le
       หว่อ เตอ ซิน ซื่อ หว่อ เตอ ปู๋ หุ้ย ไจ้ เก่ย หนี่ เลอ
       หัวใจฉันเป็นของฉัน ไม่อาจมอบให้เธออีก
       
       
我是我自己的 我很快乐
       
wo shi wo zi ji de wo hen kuai le
       หว่อ ซื่อ หว่อ จื้อ จี๋ เตอ หว่อ เหิ่น ไขว้ เล่อ
       ฉันเป็นของตัวฉันเอง และมีความสุขเหลือเกิน
       
       ซ้ำ *-**

 

 

No Music Video, just sound

 

第三者的第三者 (มือที่สามของคนมือที่สาม) ฟังเพลง

       

       ศิลปิน : เสียนจื่อ (弦子)
       

       
我简单回答一句还好
       
wo jian dan hui da yi ju hai hao
       หว่อ เจี่ยน ตัน หุย ต๋า อี จี้ว์ หาย ห่าว
       
ฉันตอบคำถามเพียงสั้นๆ ว่า "สบายดี"
       

       
你点头微笑说过得好就好
       
ni dian tou wei xiao shuo guo de hao jiu hao
       หนี่ เตียน โถว เวย เสี้ยว ซัว กั้ว เตอ ห่าว จิ้ว ห่าว
       คุณพยักหน้า ยิ้มรับพลางเอ่ย "สบายดีก็ดีแล้ว"
       
       你不自然的礼貌 不停摆弄手腕的表
       ni bu zi ran de li mao bu ting bai nong shou wan de biao
       หนี่ ปู๋ จื้อ หราน เตอ หลี่ เม่า ปู้ ถิง ไป่ น่ง โส่ว ว่าน เตอ เปี่ยว
       ความสุภาพผิดปกติและท่าทางที่จับนาฬิกาข้อมือไม่หยุดของคุณ
       
       你想说的我已明了
       ni xiang shuo de wo yi ming liao
       หนี่ เสี่ยง ซัว เตอ หว่อ อี่ หมิง เหลียว
       ทำให้ฉันรู้ว่าคุณต้องการพูดเรื่องใด
       
       *
我想现在的她很快乐
       
wo xiang xian zai de ta hen kuai le
       หว่อ เสี่ยง เสี้ยน ไจ้ เตอ ทา เหิ่น ไขว้ เล่อ
       ฉันคิดว่าตอนนี้เธอคนนั้นคงมีความสุขดี
       
       希望你晓得这样做不值得
       xi wang ni xiao de zhe yang zuo bu zi de
       ซี วั่ง หนี่ เสี่ยว เต๋อ เจ้อ ย่าง จั้ว ปู้ จื๋อ เต๋อ
       หวังว่าคุณจะรู้ว่าไม่ควรทำเช่นนี้
       
       虽然我们曾爱过 她也曾是第三者
       sui ran wo men ceng ai guo ta ye ceng shi di san zhe
       ซุย หราน หว่อ เหมิน เฉิง อ้าย กั้ว ทา เหย่ เฉิง ซื่อ ตี้ ซาน เจ๋อ
       
แม้ว่าเราเคยรักกัน และเธอคนนั้นเคยเป็นมือที่ 3
       

       
但我不会让自己再重蹈覆辙
       
dan wo bu hui rang zi ji zao chong dao fu ze
       ต้าน หว่อ ปู๋ ฮุ่ย ร่าง จื้อ จี๋ ไจ้ ฉง เต่า ฟู่ เจ๋อ
       แต่ฉันคงไม่ปล่อยให้ตัวเองเดินซ้ำรอยเดิม
       
       
我很快乐 请不要再说爱我
       
wo hen kuai le qing bu yao zai shuo ai wo
       หว่อ เหิ่น ไขว้ เล่อ ฉิ่ง ปู๋ เย่า ไจ้ ซัว อ้าย หว่อ
       ตอนนี้ฉันมีความสุขดี โปรดอย่าบอกว่ารักฉันอีก
       
       
别再触碰我心里还未伤愈的角落
       
bie zai chu peng wo xin li hai wei shang yu de jiao luo
       เปี๋ย ไจ้ ชู่ เพิ่ง หว่อ ซิน หลี่ หาย เว่ย ซาง อี้ว์ เตอ เจี่ยว ลั่ว
       อย่าแตะต้องบาดแผลในหัวใจของฉัน ที่มันยังไม่หายสนิท
       
       习惯一个人的我 并不是缺你不可
       xi guan yi ge ren de wo bing bu shi que ni bu ke
       สี ก้วน อี เก้อ เหริน เตอ หว่อ ปิ้ง ปู๋ ซื่อ เชว หนี่ ปู้ เข่อ
       คนคุ้นเคยกับการอยู่ลำพังอย่างฉัน จึงไม่ใช่ว่าขาดคุณไม่ได้
       
       如果你是爱我的 就别让自己再犯错
       ru guo ni shi ai wo de jiu bie rang zi ji zai fan cuo
       หรู กั่ว หนี่ ซื่อ อ้าย หว่อ เตอ จิ่ว เปี๋ย ร่าง จื้อ จี่ ไจ้ ฟั่น ชั่ว
       
หากคุณรักฉันจริง โปรดอย่าให้ตัวเองทำผิดอีกเลย
       

       **我很快乐 请不要再说爱我
       wo hen kuai leqing bu yao zai shuo ai wo
       หว่อ เหิ่น ไขว้ เล่อ ฉิ่ง ปู๋ เย่า ไจ้ ซัว อ้าย หว่อ
       ตอนนี้ฉันมีความสุขดี โปรดอย่าบอกว่ารักฉันอีก
       
       
我已经把失去的当成了一种收获
       
wo yi jing ba shi qu de dang cheng yi zhong shou huo
       หว่อ อี่ จิง ป่า ซือ ชี่ว์ เตอ ตัง เฉิง อี้ จ่ง โซว ฮั่ว
       ตอนนี้สิ่งที่เสียไป ฉันถือว่ามันเป็นบทเรียน
       
       悲伤的剧情太多 曾经都侵袭着我
       bei shang de ju qing tai duo ceng jing dou qing xi zhe wo
       เปย ซาง เตอ จี้ว์ ฉิง ไท่ ตัว เฉิง จิง โตว ชิน สี เตอ หว่อ
       ความเจ็บปวดในอดีตอันมากมายของฉันที่เคยโดนทำร้าย
       
       所以我不再做 这第三者的第三者
***
       
suo yi wo bu zai zuo zhe di san zhe de di san zhe
       สัว อี่ หว่อ ปู๋ ไจ้ จั้ว เจ้อ ตี้ ซาน เจ๋อ เตอ ตี้ ซาน เจ๋อ
       ทำให้ฉันไม่อยากกลายเป็น มือที่ 3 ของมือที่ 3
        
       
ซ้ำ (*-***)
            (**-***)

 

第三者的第三者: มือที่ 3 ของมือที่ 3 (ฟังเพลง)

 

11/5/2008

Barack Obama Victory Speech 4 Nov 2008

  

Barack Obama Victory Speech 4 Nov 2008

 

 

  

Barack Obama Victory Speech 4 Nov 2008 Part 2

 

 

 

Radio

Loading...

Calendar

Loading...

Weather

Loading...

Horoscopes

Loading...